บทที่ 8 เมียบำเรอล้างหนี้ EP8

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกเมย์ สำหรับเมย์ อาร์มเต็มใจเสมอแหละ”

อธิพงศ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม นัยน์ตาคมคายทอประกายหวานล้ำยามทอดมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ชายหนุ่มอยากจะเอื้อนเอ่ยความในใจออกไปเหลือเกิน ว่าเขารักและอยากจะดูแลปกป้องอีกฝ่ายมากแค่ไหน ตลอดสองปีที่ผ่านมาที่คอยอยู่เคียงข้าง เขามั่นใจว่าตัวเองมีความมั่นคงและเสมอต้นเสมอปลายมากพอที่จะขอเปลี่ยนสถานะจาก เพื่อนสนิทกลายเป็นคนรัก

“ปากหวานตลอดเลยนะ งั้นอาร์มขับรถกลับดีๆ นะ นี่ก็ดึกมากแล้ว เมย์เข้าบ้านก่อนดีกว่า ป่านนี้คุณพ่อคุณแม่คงชะเง้อคอมองหาแล้วแน่ๆ”

เมธาวารีเอ่ยด้วยความเป็นห่วง เพราะขนาดเธอเองยังรู้สึกอ่อนเพลียจากการเดินทาง แล้วอธิพงศ์ที่ต้องขับรถฝ่าการจราจรมาตลอดทางจะไม่เหนื่อยล้าได้อย่างไร หญิงสาวอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงใบหน้าของบุพการี เธอตั้งใจจะย่องเข้าบ้านไปเซอร์ไพรส์ให้ท่านทั้งสองตกใจเล่น ตอนนี้เธอคิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ใจจะขาดอยู่แล้ว

“เดี๋ยวสิเมย์”

อธิพงศ์เอ่ยรั้งเอาไว้ก่อนที่มือบางจะทันได้เอื้อมไปเปิดประตูรถ ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ตลอดการเดินทางเขาเอาแต่อ้ำอึ้ง ไม่กล้าพอที่จะเอื้อนเอ่ยความรู้สึกออกไปเพราะกลัวว่าบรรยากาศมันจะอึดอัด แต่ถ้าให้เก็บมันเอาไว้ หัวใจเจ้ากรรมก็เรียกร้องประท้วงจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

“มีอะไรเหรออาร์ม” เมธาวารีหันกลับมามองเพื่อนสนิท เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ อย่างรอฟัง

“เอ่อ...คือว่า...”

เจ้าของรถยังคงอึกอัก ยิ่งเห็นแววตากลมโตที่จ้องมองมาอย่างใสซื่อไร้เดียงสา ก็ยิ่งทำให้หัวใจเต้นระรัว มือหนาเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง ทว่า...ก่อนที่คำว่ารักจะหลุดออกจากปาก สายตาคมของอธิพงศ์ก็พลันเหลือบไปเห็นเงาทะมึนของใครบางคน ที่ยืนตระหง่านอยู่หลังประตูรั้วอัลลอยด์ของบ้านหญิงสาว

“ผู้ชายคนนั้น เป็นญาติของเมย์หรือเปล่า”

อธิพงศ์ชี้มือไปยังประตูหน้าบ้านเพื่อให้อีกฝ่ายหันไปมองตาม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสับสนระคนระแวดระวัง เพราะดูจากรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายแล้ว ชายคนนั้นไม่น่าจะใช่คนธรรมดาทั่วไป คนสติดีที่ไหนจะใส่สูทผูกเนกไทเต็มยศ แถมยังสวมแว่นตากันแดดสีดำสนิทในยามวิกาลแบบนี้

เมธาวารีหันขวับไปมองตามทิศทางที่เพื่อนชี้ ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างกำยำของชายแปลกหน้าในชุดดำที่ยืนจ้องมองมายังรถของเธอด้วยท่าทีคุกคาม คิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น เพราะโดยปกติแล้ว บิดาของเธอเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมาก และไม่มีทางปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามาเดินเพ่นพ่านในบริเวณบ้านเด็ดขาด

“ไม่ใช่ญาติเมย์แน่ๆ เมย์ขอลงไปดูหน่อยนะ”

ไวเท่าความคิด หญิงสาวรีบเปิดประตูรถก้าวลงไปทันที ก่อนจะหันมาโบกมือไล่เพื่อนสนิท “อาร์มกลับไปก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเมย์จัดการเอง น่าจะเป็นคนงานใหม่ที่คุณพ่อจ้างมาล่ะมั้ง” เธอพยายามพูดให้เพื่อนสบายใจ ทั้งที่ในใจเริ่มเต้นรัวด้วยความกังวล

อธิพงศ์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นเมธาวารีพยักหน้ายืนยันหนักแน่น เขาจึงจำยอมเคลื่อนรถออกไปช้าๆ แม้สายตาจะยังคงมองผ่านกระจกหลังด้วยความเป็นห่วงก็ตาม

ทันทีที่รถของเพื่อนสนิทแล่นพ้นสายตา เมธาวารีก็สาวเท้าเดินตรงดิ่งไปที่ประตูรั้วทันที

“คุณเป็นใครคะ” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น ร้องถามชายหน้าเหี้ยมที่ยืนอยู่หลังรั้วด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง พร้อมกับชะเง้อคอมองเข้าไปในตัวบ้าน หวังจะเห็นเงาของบิดามารดา

“ผมสิต้องถามว่าคุณเป็นใคร มาจอดรถป้วนเปี้ยนหน้าบ้านคนอื่นดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ รู้ไหมว่ามันเสียมารยาท”

เข้มตอกกลับเสียงห้วน เขาสังเกตเห็นรถยุโรปคันนั้นมาจอดเทียบหน้าบ้านพักใหญ่แล้ว ด้วยความระแวดระวังจึงเดินออกมาดู แต่พอเห็นว่าคนที่ก้าวลงมาจากรถคือหญิงสาวร่างเล็กบอบบาง ใบหน้าสะสวยหมดจด เขาก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวได้

“นี่มันบ้านของฉัน คุณต่างหากที่เป็นใคร บุกรุกเข้ามาทำไม”

เมธาวารีเริ่มชักหงุดหงิดต่อท่าทียโสโอหังของคนตรงหน้า หญิงสาวยื่นมือไปจับลูกบิดประตูบานเล็ก หวังจะเปิดมันออกเพื่อเข้าไปสะสางเรื่องราวข้างใน แต่ชายหน้าโหดกลับขยับตัวเข้ามาขวางไว้เต็มประตู

“คุณจะเข้ามาในนี้ไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้รับอนุญาต” เข้มกางแขนกั้น แม้จะเดาได้ว่าเธอคือใคร แต่เขาก็ต้องทำตามหน้าที่ รักษาความปลอดภัยให้เจ้านายอย่างเคร่งครัด

“ทำไมจะเข้าไม่ได้ ในเมื่อฉันเป็นลูกสาวเจ้าของบ้าน ถอยไปนะ”

เมธาวารีตวาดลั่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวเมื่อเห็นว่าภายในอาณาบริเวณบ้านของเธอ มีชายชุดดำแปลกหน้าอีกหลายคนยืนกระจายกำลังอยู่ตามจุดต่างๆ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นระหว่างที่เธอไม่อยู่กันแน่

เข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังโกรธจัดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงคำสั่งเด็ดขาดของผู้เป็นนาย ‘คนที่ฉันจะให้อยู่ได้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น...’ ชายหน้าเหี้ยมแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนจะยอมเบี่ยงตัวหลบและผายมือเปิดทางให้อย่างง่ายดาย “เชิญครับ... คุณหนู”

เมธาวารีชะงักไปเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่ด้วยความเป็นห่วงพ่อแม่ที่อยู่ข้างใน เธอจึงสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้านของตัวเอง ทว่าทันทีที่สองเท้าเหยียบย่างเข้าสู่ตัวบ้าน ความเปลี่ยนแปลงอย่างมโหฬารก็กระแทกเข้าตาจนหญิงสาวต้องเบิกตากว้าง

เฟอร์นิเจอร์หลุยส์สีครีมแสนอบอุ่นที่คุณแม่รักนักรักหนาหายไปไหนหมด ทำไมทุกชิ้นถึงถูกแทนที่ด้วยโซฟาหนังสีดำและของตกแต่งสีเทาเข้มที่ดูเย็นชาและดิบเถื่อน ซ้ำยังมีผู้หญิงแปลกหน้าในชุดสาวใช้สองสามคนกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดและจัดเตรียมอาหารในครัว

“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ เมย์กลับมาแล้วค่ะ”

หญิงสาวตะโกนเรียกบุพการีเสียงสั่น พลางก้าวฉับๆ เข้าไปในห้องโถงกว้าง แต่แทนที่จะได้พบกับอ้อมกอดอันอบอุ่น สิ่งที่รอคอยเธออยู่กลับเป็น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป